สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ผลไม้ญี่ปุ่น ผลไม้ตามฤดูกาล

ผลไม้ญี่ปุ่นตามฤดูกาล
คนญี่ปุ่น สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง ของฤดูกาลต่างๆ ผ่านดอกไม้ที่เบ่งบาน และผลไม้ที่ออกผล ในแต่ละช่วงเวลามาตั้งแต่สมัยโบราณ และเนื่องจากญี่ปุ่นมีถึง 4 ฤดู จึงทำให้พืชผลต่างๆ มีความหลากหลาย และทุกๆปีดอกไม้และผลไม้ จะออกดอกออกผล ในช่วงฤดูกาลของมันเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง การเพลิดเพลินกับพันธุ์ไม้ และผลไม้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูนั้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่น และตลอดทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น จะมีสวนผลไม้ที่นักท่องเที่ยว สามารถไปชิมผลไม้ได้อย่างไม่จำกัด ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง ผลไม้หลายชนิดของญี่ปุ่น ได้ชื่อว่ามีรสชาติที่อร่อยกว่าที่ไหนๆ ต่อไปนี้เป็นบางส่วนของรายชื่อสวนเก็บผลไม้ ที่มีชื่อเสียงที่อยากแนะนำ
ผลไม้ญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

สตรอเบอรี่

หมู่เกาะญี่ปุ่นกินอาณาเขตตั้งแต่เหนือจรดใต้ จึงหมายความว่าแต่ละภูมิภาคมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันและญี่ปุ่นได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเปลี่ยนฤดู ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเช่นนี้ แต่ละท้องถิ่นได้พัฒนาอาหารอร่อยขึ้นมากมาย ซึ่งอาหารท้องถิ่นเหล่านี้และอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างซูชิ และเท็มปุระ ได้ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของญี่ปุ่น
เมล่อน (melons)

ภาพลักษณ์ของเมล่อนที่ญี่ปุ่นคือผลไม้ราคาแพง และมักซื้อให้กันเป็นของเยี่ยมคนป่วยที่ มัสค์เมล่อน (Musk melons) จะปลูกอย่างระมัดระวังในเรือนกระจกที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างดี ซึ่งบางลูกมีราคาขายกว่า 10,000 เยนเลยทีเดียว มัสค์เมล่อนมีรสชาติหอมหวานสมชื่อและมีปลูกในญี่ปุ่นเท่านั้น และลูกที่ขายในร้านขายผลไม้จะมีตราประทับบอกวันที่มีรสชาติดีที่สุด ถ้าคุณไม่อยากซื้อเมล่อนทั้งลูกแต่อยากชิมรสชาติ ให้มองหาเค้กที่ใช้มัสค์เมล่อนซึ่งวางขายในร้านขนมอบ เมล่อนที่ราคาถูกลงมาก็มี เช่น อันเดะสึเมล่อน (ต่ำกว่า 1,000 เยน) ซึ่งมีลายตาข่ายสีขาวบนผิวเหมือนกับมัสค์เมล่อน และปริ้นซ์เมล่อน (ประมาณ 500 เยน) ซึ่งมีผิวสีเขียวซีดๆ ไม่มีลายตาข่าย และมีเนื้อสีส้ม เมล่อนทั้งหมดนี้มีรสจัดทั้งสิ้น ฤดูเมล่อนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม แต่มัสค์เมล่อนจะมีวางขายตลอดทั้งปี
เชอร์รี่(cherries)

เชอร์รี่เป็นผลไม้ต้นฤดูร้อนยอดนิยม ร้านขายผลไม้และซุปเปอร์มาร์เก็ตจะวางขายเชอร์รี่เป็นแพ็คตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงกรกฎาคม โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 500 เยนต่อแพ็ค อเมริกันเชอร์รี่สีแดงอมม่วงที่ปลูกในสหรัฐฯ เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น ส่วนพันธุ์ซะโตะ-นิชิกิที่มีสีแดงสดกว่าก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน เพราะเป็นเชอร์รี่ที่ฉ่ำ มีน้ำมาก และมีรสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี แต่หากเป็นเชอร์รี่ลูกใหญ่เกรดดีแล้วละก็ บางครั้งกล่องขนาด 80 ลูกก็มีราคาสูงถึงกว่า 10,000 เยนเลยทีเดียว เชอร์รี่จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “อัญมณีสีแดง” เชอร์รี่จะมีรสชาติดีที่สุดเมื่อกินดิบๆ เพราะหัวใจคือความสด ฉะนั้นจึงควรรีบกินให้เร็วที่สุด อย่าทิ้งไว้นาน ร้านต่างๆ จะพยายามขายเชอร์รี่ให้หมดภายในวันนั้นและมักลดราคาลงก่อนปิดร้าน ดังนั้นถ้าคุณชอบของถูก อย่าพลาดซื้อเชอร์รี่ในช่วงเวลานี้
ลูกพีช(hakuto)

ชาวญี่ปุ่นนิยมลูกพีชสีเหลืองในน้ำเชื่อมแบบกระป๋องมากและมักนำมาใช้ทำเค้ก อย่างไรก็ตามลูกพีชที่นำมาแปรรูปมักจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นถ้าคุณต้องการลิ้มรสลูกพีชพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่น ก็ต้องไปซื้อจากร้านขายผลไม้ ร้านขายผัก หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตในฤดูลูกพีชตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงกันยายน (ลูกละประมาณ 200 เยน) ลูกพีชพันธุ์ฮะคุโตะถือเป็นพันธุ์ที่ดีที่สุด มีเนื้อสีขาวฉ่ำและหวานจัด ให้รสชาติอร่อยนุ่ม นอกจากนี้ ลูกพีชพันธุ์ฮะคุโฮะก็มีเนื้อสีขาวและหวานจัดเช่นกัน แต่มีซ่อนเปรี้ยวนิดๆ เป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องสีสันภายนอกในสวยงาม เปลือกของลูกพีชที่สุกเต็มที่สามารถใช้มือปอกได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้ายังปอกไม่ได้ ให้นำไปแช่ในน้ำอุ่นก่อน
แตงโม (suica)

แตงโมซึ่งมีฤดูเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เป็นผลไม้ฤดูร้อนที่พบมากที่สุดของญี่ปุ่น การละเล่นซุยกะ-วะริ (เกมตีแตงโม) ที่เล่นบนชายหาดเป็นความบันเทิงในฤดูร้อนอย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่น คนที่ถูกปิดตาจะต้องพยายามใช้ไม้ตีแตงโมให้แตก ขณะที่คนอื่นๆ จะคอยตะโกนบอกทางให้ ลักษณะของแตงโมในญี่ปุ่นมีตั้งแต่ทรงกลม ทรงรี มีหรือไม่มีลายทาง และมีเนื้อสีแดง เหลือง หรือส้ม ร้านขายผลไม้และร้านขายผักจะขายแตงโมเป็นลูก (ลูกละ 1,000-2,000 เยน) ส่วนในซุปเปอร์มาร์เก็ตมักจะผ่าขายเป็นเสี้ยว (เสี้ยวละประมาณ 500 เยน) ซึ่งแนะนำให้ซื้อแบบนี้ถ้าคุณเพียงแค่อยากลองชิมรสชาติ แตงโมที่มีเมล็ดสีดำสนิทและมีช่องว่างรอบเมล็ดน้อยจะมีรสชาติดีที่สุด ถ้าคุณจะซื้อแตงโมทั้งลูก ลองใช้มือเคาะเบาๆ ถ้าได้ยินเสียงแน่นชัดเจน แปลว่าใช้ได้ นอกจากนี้ ถ้าโรยเกลือบนแตงโมเล็กน้อยจะช่วยดึงความหวานออกมาได้มากขึ้น
ท้อ
ท้อเป็นผลไม้ที่คนไทยหาทานไม่ได้ง่ายนัก เพราะไม่มีปลูกในเมืองไทย
เนื่องจากเป็นผลไม้ที่เก็บไม่ได้นาน และช่วงเวลาเก็บเกี่ยวก็มีเพียงเดือนเดียวเท่านั้นลูกท้อจึงเป็นผลไม้ราคาแพง บนผิวของลูกท้อจะมีขนขนาดเล็กๆ ปกคลุม และมีรูปร่างคล้ายก้นของคน ลูกท้อที่คนญี่ปุ่นนิยมทานทั่วไปเป็น พันธุ์ฮาคุโต ซึ่งมีเนื้อนิ่ม รสหวานหอม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน และไต้หวันเป็นอย่างมากสวนที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเก็บท้อส่วนใหญ่ อยู่ทางตอนเหนือห่างจากกรุงโตเกียวที่อยู่ใกล้กรุงโตเกียวก็มี จังหวัดยะมะนะชิ ฤดูกาลที่เปิดให้เก็บท้อได้ เดือน ก.ค. – เดือน ส.ค.งหวัดที่ปลูกท้อมากที่สุดในญี่ปุ่น 3 อันดับแรก อันดับ 1  จังหวัดยะมะนะชิอันดับ 2 จังหวัดฟุกุชิมะ อันดับ 3  จังหวัดนะงะโนะราคา เด็ดทานได้อย่างอิสระ ในราคาประมาณ 1500 เยน หากนำกลับบ้านด้วยจะต้องชำระเงินเพิ่ม
สาลี่
เมื่อฤดูร้อนหมดลง จะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวสาลี่ สาลี่ญี่ปุ่น ผลจะใหญ่ รสชาติชุ่มฉ่ำ มีมากมายหลายพันธุ์ แต่ที่มีชื่อมากๆ ได้แก่ พันธุ์ “นิจุสเซกิ” และ ‘โฮซุยุ” ต้นสาลี่มีความสูงไม่มากนัก แค่เพียงประมาณ 1.5 เมตร ทำให้เด็ดลูกได้ง่าย เนื่องจาก เป็นผลไม้ที่ทานไม่ได้มาก จึงควรสอบถามเจ้าของสวนดูก่อนว่าสาลี่ชนิดใดอร่อยที่สุด แล้วจึงเด็ดทานเฉพาะลูกที่อร่อยและ สุกเต็มที่แล้ว สวนสาลี่นั้นมีอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะรอบกรุงโตเกียว จะมีมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น  จังหวัดนะงะโนะ  จังหวัดจิบะ และ  จังหวัดโทะจิงิ  เป็นต้น ฤดูกาลที่เปิดให้เก็บสาลี่ได้ ประมาณปลายเดือน ส.ค. – เดือน ต.ค.จังหวัดที่ปลูกสาลี่มากที่สุดในญี่ปุ่น 3 อันดับแรก อันดับ 1 จังหวัดจิบะ อันดับ 2 จังหวัดอิบะระกิ อันดับ 3 จังหวัดทตโตะริ ราคาส่วนใหญ่ประมาณ 500 เยน และสามารถนำสาลี่กลับไปเป็นของฝากได้ 2-3 ลูก
แอปเปิ้ล
นักท่องเที่ยว มักจะเดินทางไปเก็บแอปเปิ้ลกันที่แถบโทโฮคุ และจังหวัดนะงะโนะ  กุมมะ โทะจิงิ ว่ากันว่า แอปเปิ้ลแดงนั้น ดีต่อสุขภาพ หากทานวันละ 1 ผล ร่างกายจะแข็งแรงห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งยังดีต่อผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายหายเหนื่อย และช่วยปรับระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น แอปเปิ้ลมีมากมายหลายพันธุ์ แต่ที่ได้รับความนิยมมากได้แก่ พันธุ์ “ฟูจิ” “ทสึงารุ” และ “โอริน” ต้นแอปเปิ้ลบางพันธุ์ไม่สูงมากนัก แม้แต่เด็กก็เด็ดได้ แต่บางพันธุ์ ต้นก็สูงมาก ขนาดต้องใช้บันไดเพื่อปีนขึ้นไปเด็ด สวนที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเก็บแอปเปิ้ล ส่วนใหญ่อยู่แถบโทโฮคุ หากเป็นรอบๆ กรุงโตเกียวก็มี จังหวัดโทะจิงิ และจังหวัดนะงะโนะฤดูกาลที่เปิดให้เก็บแอปเปิ้ลได้ประมาณ เดือน ก.ย. – ต้นเดือน ธ.ค. จังหวัดที่ปลูกแอปเปิ้ลมากที่สุดในญี่ปุ่น 3 อันดับแรก อันดับ 1 จังหวัดอะโอะโมะริ อันดับ 2  จังหวัดนะงะโนะ อันดับ 3 จังหวัดอิวะเตะ ราคาประมาณ 500 เยน โดยสามารถลองชิมก่อนได้ หากนำกลับบ้านจะต้องชำระเงินเพิ่ม

อันซึ ดอกอันซึ

จะมีลักษณะคล้ายๆ กับดอกซากุระ จะบานช่วงเดือนเมษายน สามารถไปชมดอกอันซึได้ที่  จังหวัดนะงะโนะ อันซึจะออกผลประมาณ ปลายมิถุนายนถึง กลางเดือนกรกฏาคม ผลของมันมีลักษณะคล้ายลูกท้อ แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 เซนติเมตร มีสีเหลืองอมแดง วางขายตามซุปเปอร์ทั่วไป แต่คนญี่ปุ่นไม่ค่อยนิยมกินผลสดๆ ของมัน เพราะจะมีรสออกเปรี้ยว มักจะเอาไปตากแห้ง เพราะมันจะมีความหวานมากกว่าตอนที่เป็นผลสดๆ นอกจากนี้ ยังเอาไปทำแยม ทำน้ำผลไม้ และดองเป็นเหล้าด้วย สามารถไปเก็บกินอันซึได้ที่ไร่อันซึในจังหวัดนะงะโนะ และยังมีบริการสอนทำแยมจากอันซึที่เก็บได้อีกด้วย

บิวะ
มีมากในช่วง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฏาคม รูปร่างและรสชาติของบิวะ คล้ายๆมะปรางของบ้านเรา วิธีรับประทานคือ ใช้มือปอกจากด้านท้าย มาด้านหัวเปลือก จะลอกออกได้โดยง่าย หลังจากปอกเปลือกแล้ว ควรทานทันที มิฉะนั้น ผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไม่น่าทาน ไม่นิยมนำบิวะไปแช่ตู้เย็นนานๆ เพราะจะทำให้เนื้อช้ำ หากต้องการทานแบบเย็นๆ ให้นำไปแช่ก่อนทานสองชั่วโมง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากบิวะ มีบิวะกระป๋อง แยม นอกจากนี้ยังนิยมทำเป็นผลไม้ดองอีกด้วย

เกาลัด
ผลไม้ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน จะออกผลตอนช่วงวันไหว้พระจันทร์ นำมาต้มในน้ำเดือด ประมาณสามสิบนาที จนเนื้อข้างในนิ่ม หั่นครึ่งใช้ช้อนคว้านเนื้อกิน บางคนนิยมเอาไปทำเป็นข้าวอบเกาลัด ขนมญี่ปุ่น ที่กินกับชาเขียว บางชนิดก็ทำจากเกาลัด นอกจากนี้ ยังนำมาทำเค้กมองบลังค์ ซึ่งเป็นเค้กที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในหมู่คนญี่ปุ่น ในช่วงวันปีใหม่ของญี่ปุ่น จะมีประเพณีการกินอาหารปีใหม่ ซึ่งในจำนวนนี้มีอาหารที่เรียกว่า คุริคินทง เป็นอาหารที่ทำจากเกาลัดและเผือกอยู่ด้วย

ส้ม
มีมากในช่วง เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธุ์ ในช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่นจะมีผลไม้เพียงไม่กี่ชนิด ในจำนวนนี้ก็มีส้มอยู่ด้วย ส้มเป็นผลไม้ที่ขาดไม่ได้ในฤดูหนาว บางบ้านถึงกับซื้อเก็บไว้เป็นลัง เพราะราคาไม่แพง ส้มมีหลากหลายพันธุ์มาก รสชาติ และความหวานก็ต่างกันแล้วแต่ชนิดพันธุ์ บางพันธุ์ไม่มีเมล็ดเลย เปลือกบาง กินได้ไม่รู้จักเบื่อ อาจนำไปแช่ช่องฟรีซ เก็บไว้กินหน้าร้อนได้อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส้ม มีส้มกระป๋อง น้ำส้ม เปลือกส้มสามารถนำไปตากแห้ง คั่วให้แห้งแล้วคลุกน้ำตาล ทำเป็นของกินยามว่างได้ เปลือกส้มถ้าล้างให้สะอาดแล้วใส่ถุง ยังสามารถนำไปใส่ไว้ในอ่างอาบน้ำ กลิ่นของมันทำให้คลายเครียดได้


ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อทางการคือประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มีทะเลโอค็อตสค์ เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย


าหารญี่ปุ่น หมายถึง อาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นอาหารญี่ปุ่นนั้นมีชื่อเสียงด้านการเน้นอาหารตามฤดูกาลคุณภาพของวัตถุดิบ และการจัด วาง


10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างจากบ้านเรา ทำให้ญี่ปุ่นเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่หลายคนคิดอยากจะเดินทางไปเยือน


แหล่งช็อปปิ้งญี่ปุ่น
การช็อปปิ้งเป็นความสนุกสนานในการมาเที่ยวญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง  ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่เช่นโตเกียวหรือโอซาก้า


สาเก ญี่ปุ่น เป็นคำเรียกของคำว่า "สุรา" ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถหมายถึงเหล้าได้หลายชนิด โดยทั่วไป สาเกจะหมายถึงเหล้าที่ทำมาจากข้าว


ผลไม้ญี่ปุ่นตามฤดูกาลเนื่องจากญี่ปุ่นมีถึง 4 ฤดู จึงทำให้พืชผลต่างๆ มีความหลากหลาย และทุกๆปีดอกไม้และผลไม้ จะออกดอกออกผล ในช่วงฤดูกาลของมัน


มารยาทในการกินและดื่ม
โดยทั่วๆไปแล้ว คนญี่ปุ่นนิมใช้ตะเกียบในการรับประทานอาหาร ซึ่งมักจะพบเห็นกันทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น



ของฝากจากญี่ปุ่น
มื่อคุณเดินทางมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หรือทัวร์ญี่ปุ่นกันแล้ว แน่นอนล่ะ สิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งนั่นคือของติดไม้ติดมือ หรือที่เรียกกันว่า"ของฝากจากญี่ปุ่น" นั่นเอง



ภาษาญี่ปุ่น
มหาวิทยาลัยจำนวนมากทั่วโลกมีการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนประถมบางแห่งที่สอนภาษาญี่ปุ่นด้วย



แหล่งท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมีมากมายหลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว โอซาก้า ปราสาท วัดต่างๆ หรือแม้กระทั่งภูเขาไฟฟูจิ ที่ใครต่อใครก็อยากจะมาเยือน


*ขอขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆจาก jnto

Tags : ผลไม้ญี่ปุ่น

view